ค้นหารายการหนังสือบล็อกนี้

กำลังโหลด...

วันอาทิตย์, ธันวาคม 7

40 วิธีทำให้บ้านน่าอยู่

บ้านอยู่สบาย ทำได้ง่ายๆ


เริ่มจากมุมสบายคลายร้อน

มุมไหนบ้างที่เหมาะเป็นมุมสบายคลายร้อน ตอบได้เลยว่า ทุกมุมที่คุณอยากให้เป็น และไม่ยากเกินฝึมือของคุณเอง เพราะถ้าคุณตั้งใจซะอย่าง มุมเหงาก็กลายเป็นมุมรื่นเริงได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าให้ง่ายหน่อยก็ลองเลือกมุมใกล้หน้าต่างไว้ก่อนเป็นดีที่สุด

เปลี่ยนมุมธรรมดาให้เป็นมุมสบาย

ต้องกำจัดความอับทิ้ง ด้วยการเปิดพื้นที่สู่ภายนอกบ้านให้มากที่สุด รับลมธรรมชาติสร้างบรรยากาศให้มีต้นไม้ มีเสียงนกร้อง เสียงน้ำไหลริน เลือกเก้าอี้นั่งสบายประเภท นั่งปั๊บหลับปุ๋ย ผนังห้องเลือกใช้สีสะอาด สบายๆ เย็นตา แล้วเติมสีสันด้วยผ้าม่าน หมอนอิง ก็เก๋แล้ว

ตึกแถวมีสิทธิไหมครับ?

คุณสามารถแก้ปัญหาความไม่น่าอยุ่ของตึกแถว ให้น่าอยุ่ขึ้น และไม่ร้อนได้ด้วยการวางแผนใช้พื้นที่ให้มุมอับกลายเป็นมุมโอ่อ่า ให้มุมรก กลายเป็นมุมร่มรื่น เช่น บริเวณใต้บันได ให้ตกแต่งเป็นตู้และชั้นโชว์ แค่นี้พื้นที่ข้างบันไดก้น่าอยู่ขึ้นมาทันที่ หรือเสาที่ยื่นออกมาจากผนังดูแข็งและน่าเบื่อก็จักการตกแต่งให้ข้างๆ เสากลานเป็ฯที่ใส่ของแก๋ๆ เช่น หนังสือ ดีวีดี ที่นี้คุณก็จะเปลี่ยนตึกแถวให้กลายเป็นบ้านได้แล้วล่ะ

เกมกำจัดจุดอ่อน(บ้าน)

มุมไหนไม่ใช้ประโยชน์ หรือไม่มีประโยชน์ ก็ลองลุกขึ้นมากำจัดจุดอ่อนนี้ออกไปด้วยการหาโต๊ะเก้าอี้ชุดเล็กๆ มาสร้างเป็นมุมชงชากาแฟ หาชั้นหนังสือสีสันสดใสมาวาง แค่นี้ประเดี๋ยวเดียวก็จะมีคนมานั่งเล่น ไม่กลายเป็นจุดอ่อนของบ้านอีกต่อไป

ทำบ้านให้จิ้มลิ้ม

ผนังโพลนๆเพดานโล้นๆ ดูอย่างไรก็ไม่สะดุดตา เข้าข่ายน่าเบื่อ ลองสลัดความจำเจด้วยการเสริมแต่งแบบพอเป็นพิธี่ก่อนเป็นอันดับแรก(ไม่เปลืองเงิน) แค่พอให้มุมน่าเบื่อดูจิ้มลิ้มขึ้นเล็กๆ เริ่มจากติดรูปภาพที่ถูกใจ พอเข้าทำก็ลองเสริมด้วยการหาระแนงไม้มาติดที่ผนัง สำหรับเกี่ยวกระถางต้นไม้
หรือผ้าฝ้ายสีลายสวยๆนำมาแขวนที่ผนัง ค่อยๆ เติมทีละนิด แค่นี้มุมเซ็งก็กลายเป็นมุมสวยได้ไม่ยากแถมเย็นตาเย็นใจ

มุมสบายไม่จำเป็นต้องแพง

ไม่จำเป็นต้องโละของเก่าออกให้หมด แค่พิจารณาเรื่องหน้าต่างให้มีการระบายอากาศที่ดี ตำแหน่งการใช้สอยของเฟอร์นิเจอร์ จากนั้นจัดวางให้ลงตัวสะดวกกับการใช้สอยของคุณ อย่ามากเกินไป น้อยเกินไปให้ยึดหลักอยู่สบายเป็นที่ตั้ง เท่านี้บ้านของคุณก็สามารถมีมุมสบายคลายร้อนได้แล้ว




สี... ช่วยลดความรู้สึกร้อนได้

การใช้สีเป็นวิธี่หนึ่งที่ใช้ลดความร้อนในด้านความรู้สึก โดยการใช้สีโทนเย็นสะอาด อันจะช่วยในเรื่องของการตกแต่งภายในห้อง เช่น สีฟ้าอ่อน สีเขียวอ่อน ทำให้ภายในห้องดูเย็นสบาย และดูกว้างขวางขึ้น

ชวนลม... มาเล่นที่บ้านเรากันเถอะ... เย็นสบาย

ปลูกต้นไม้บริเวณบ้านสามารถบังคับทิศทางลมได้ เพื่อให้ลมเข้าสู่ตัวบ้านมากที่สุด การให้ลมผ่านแหล่งน้ำจะช่วยพัดความเย็นเข้าสู่บ้าน แต่ต้องไม่ลืมเปิดหน้าต่าง ไม่วางเฟอร์นิเจอร์ขวงทางลมเข้า-ออก รับรองบ้านเย็นสบายแน่นอน

กลิ่นหอม... สร้างความรู้สึกสบาย

นำกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย ธูปหอม เทียนหอม ดอกไม้แห้งต่างๆ มาวางไว้ตามมุมต่างๆ ของบ้าน และกำจัดกลิ่นอับชื้นอันไม่ประสงค์ออกไป ทำให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย อารมณ์ดี ส่งผลดีต่อสุขภาพกลิ่นแต่ละมีคุณสมบัติต่างกันเหมาะกับห้องต่างๆเช่น
  • ห้องทำงาน ห้องประชุม -กลิ่นคาโมไมล์ และส้ม
  • ห้องนอน ห้องนั่งเล่น -กล่ินลาเวนเดอร์ มะลิ กุหลาบ ไม้จันทร์หอม กระดังงา

ปลูกต้นไม้ ...สดชื่น คลายร้อน

  • ช่วยกรอบฝุ่น ต้นไม้ที่มีใบละเอียด ใบเล็กๆ แน่นๆ เช่น ต้นโมก ไผ่เลี้่ยง จะสามารถกรองฝุ่นได้ดีกว่าต้นไม้ที่มีใบใหญ่ เช่น จั๋ง กล้วย สัก เสลา เพาะใบเล็กๆ เหล่านี้มีเนื้อที่ในการจับฝุ่นมากกว่า
  • ช่วยกรองเสียง ต้นไม้ที่มีใบละเอียดเล็ก เช่น โมก แก้ว เหมาะสำหรับกรองเสียงที่มีความถึ่สูง ส่วนต้นที่มีใบใหญ่ เช่น สาเก สัก หมากเขียว เหมาะสำหรับกรองเสียงที่มีความถี่ต่ำ
  • ช่วยสร้างกลิ่น ด้วยต้นไม้บางชนิดที่มีกลิ่นหอม เช่น ราตรี ราชาวดี เพื่อเสริมบรรยากาศที่ดี
  • การปลูกหญ้า ไม้คลุมดิน นอกจากเป็น "การปูฉนวนกันความร้อน" และถือเป็น "ตัวป้องกันฝุ่น" ที่เกิดจากดินแห้งแล้ว ยังให้"ความร่มรื่น สบายตา สบายใจ" และ "ลดการสะท้อนของแสง" ได้อีกด้วย

เสียงไพเราะ... ช่วยเพื่อความรู้สึกสบายใจ

เสียงช่วยสร้างบรรยากาศให้กับบ้านได้ เสียงธรรมชาติ แผ่วสบาย รื่นหู ทำให้เกิดอารมณ์สุนทรีย์
  • เปิดดนตรีบรรเลงคลอเบาๆ สบาย สบาย ในมุมพักผ่อน
  • เสียงน้ำไหลจากอ่างน้ำพุเล็กๆ

ระแนงไม้เลื้อย

แสงแดดที่สองมาทางทิศตะวันตกและทิศใต้ ทำให้บ้านเกิดความร้อน สามารถทำระแนงไม้เลื้อยปลูกไม้ดอกสวยงาม ช่วยทั้งกันแดดและให้ความร่มเย็น

เปิดหน้าต่างเพื่อให้ลมผ่านเข้าและออก

เพื่มความเย็นสบายและอากาศบริสุทธิ์ให้กับบ้าน ไม่ควรมีเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของบดบังช่องลม ถ้ามีกิ่งไม้มาขวางทางลมเข้าบ้านควรตัดทิ้งเสียบ้าง

เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ

ควรมีความคงทน และความสวยงาม ที่สำคัญไม่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ แถมราคายังถูกอีกด้วยและต้องอย่าลืม ! ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์เป็นประจำ

ประดับรูปภาพสวยงาม

ผนังที่ว่างเปล่าดูแล้วไม่สวยงาม ควรหารูปภาพสวยๆ มาประดับ ทีดูแล้วสบายตา สบายใจ

สีผนังภายนอกช่วยป้องกันความร้อนได้

ควรทาสีอ่อนเพื่อสะท้อนและไม่ดูดกลืนความร้อน

โมบายล์

ช่วยเติมความน่ารัก สวยงาม และยังทำให้เกิดเสียงกรุ๊งกริ๊ง ฟังแล้วรื่นหู รู้สึกสบายใจ

ติดผ้านม่านหรือ มู่ลี่บางๆ

ไม่เพียงช่วยกันแดดร้อนๆ ไม่ไห้เข้าในห้อง แต่ยังอนุญาตให้แสงสว่างลอดผ่านเข้ามาได้ด้วย





  • 1.จัดตำแหน่องห้องในบ้านให้รับลม และแสงสว่างให้มากที่สุด
  • 2.เติมบ่อน้ำในบริเวณทิศใต้ เพื่อให้ลมพัดผ่านผิวน้ำเข้าบ้านมีความเย็นเพิ่มขึ้น
  • 3.ลดความสูงของรั้วบ้านทำเป็นรั้วโปร่งเพื่อให้ลมพัดผ่านเข้าสู่ในบ้านได้
  • 4.ปลูกต้นไม้ใหญ่บังแดดที่แผดเผาบ้าน ช่วยให้ภาพในบ้านเย็นสบาย
  • 5.ปลูกต้นไม้กระถางภายในบ้านทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวา และอากาศสดชื่น
  • 6.ติดตั้งกันสาดหรือระแนงกันความร้อนจากแสงแดดให้กับผนังทิศใต้และทิศตะวันตก
  • 7.การต่อเติมบ้านควรมีทางให้แสงและลมเข้าออกสุ่ภายในบ้านได้ จะช่วยให้บ้านเย็นขึ้น
  • 8.ลดพื้นที่ลานคอนกรีตรอบบ้านด้วยการปลูกหญ้าเข้าหรือพืชคลุมดินแทน ช่วยลดการสะทอ้นความร้อนจากลานคอนกรีต ลมที่พัดเข้าบ้านจึงไม่ร้อน
  • 9.เปิดหน้าต่างทางทิศเหนือและทิศใต้ ช่วยให้อากาศถ่านการระบายเอาความร้อนออกไป
  • 10.ติดอุปกรณ์กันแดด เช่น ผ้าม่าน หรือมู่ลี่ บริเวณหน้าต่างที่แดดเข้า และป้อกกันรังสีความร้อนได้อย่างมาก
  • 11.ติดฉนวนกันความร้อนให้กับหลังคาและผนังด้านซึ่งดดนแดดจัด ป้องกันความร้อนเข้าสู่ในบ้าน
  • 12.ฝ้าเพดานของที่จอดรถหรือระเบียงติดตั้งฉนวนกันความร้อนเป็นตัวสกัดความร้อนที่ถ่านเทเข้าบ้านได้ดีเยี่ยม
  • 13. อย่าติดตั้งฝ้าเพดานในรัะดับที่ต่ำเกินไป ทำให้ความร้อนไม่ถ่านเท
  • 14.ใช้บล็อกแก้วหรือเปลี่ยนเป็นหลังคาโปร่งแสงเพิ่มแสงสว่างให้มุมมืดในบ้าน
  • 15. ติดเครื่องดูดควันและพัดลมดูดอากาศในห้องครัว ทำให้ความร้อน กลิ่น และควัฯที่สะสมอยู่ในบ้านถูกำจักออกไป และควรเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่านเทด้วย
  • 16.วางข้าวของเครื่องใช้เป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้ลดการสะสมฝุ่น กลิ่น และเชื้อโรค
  • 17. วางเฟอร์นิดจอร์ในตำแหน่งที่ไม่บดบังแสงสว่าง และปิดกั้นทางลมผ่าน เช่น ตู้สูงใหญ่ทึบควรตั้งติดผนังอย่างวางขวางกลางห้อง แม้จะต้องการกั้นเพื่อแบ่งแยกพื้นที่ใช้สอย ควรใช้ตู้เตี้ยหรือโปร่องแทน
  • 18.วางเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากผ้าซึ่งมีคุณสมบัติในการอมความร้อนได้ดีอยู่ติดผนังด้านที่ไม่โดนแดด
  • 19.ทำความสะอาด มุ้งลวด ผ้าม่าน โซฟา พรม ที่เป็นตัวสะสมฝุ่น เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้
  • 20.อย่าให้ผนังและพื้นสะสมความชื้นและเกิดเชื้อรา ด้วยการหมั่นทำความสะอาด ซ่อมหรือทาสีใหม่
  • 21.ทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า พัดลม เพื่อเพิ่มประสิทธภาพในการทำงาน
  • 22.ทำความสะอาดซอกมุมเฟอร์นิเจอร์ หลังตู้เย็นให้ไม่เป็นที่สะสมฝุ่น
  • 23.ทำความสะอาดกระจกที่หน้าต่าง ประตู ทำให้บ้านได้รับแสงสว่างมากขึ้น
  • 24.ปูพรมผืนเล็กเฉพาะบริเวณที่จำเป็นเท่านั้น ทำความสะอาดได้ง่าย และไม่สะสมฝุ่น
  • 25.ลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นตัวสร้างความร้อน ทำให้ไม่สะสมความร้อนในบ้าน
  • 26.ใช้ไฟเฉพาะจุดที่ต้องใช้ความสว่าง และใช้หลอดประหยัดไฟ
  • 27.สลายความอับ อย่าให้เกิดบรรยากาศ อึดอัด เงียบ วังเวง โดยการเปิดหน้าต่าง งดการใช้แอร์
  • 28.ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์อบอวลอยู่ภายในบ้าน
  • 29.หาต้นเหตุของฝุ่นควันที่ลอยเข้าภายในบ้าน แก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการกำจัดต้นเหตุของปัญหา
  • 30.มีเฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็น ไม่ต้องใหญ่โตมากจนทำให้รู้สึกทึบ
  • 31.ปิดประตูตู้เย็นทุกครั้ง และไม่เปิดบ่อยหรือนานเกินความจำเป็น
  • 32.ถ้าจะเก็บหนังสือ หรือทำห้องสมุดภายในบ้าน ควรมีการระบายอากาศที่ดี
  • 33.ติดพัดลมระบายอากาศในห้องน้ำ ช่วยลดความอับชื้น อันเป็นที่สะสมของเชื้อโรค
  • 34.ใช้สีโทนอ่อนสะอาดตาทั้งภายนอกและภายในบ้าน ช่วยให้ผนังไม่สะสมของเชื้อโรค
  • 35.ทาสีผนังด้วยสีโทนอ่อน ช่วยลดการสะสมความร้อน ทำให้บ้านดูกว้างและสว่างขึ้นด้วย
  • 36.เติมกลิ่นหอมตามมุมต่างๆ ในบ้าน.. จะทำให้รู้สึกสดชื่น สบาย และอารมณ์ดี
  • 37.สร้างเสียงธรรมชาติ เสียงเพลงไพเราะรื่นหู คลอเบาๆ ภายในบาน ทำให้เกิดอารมณ์สดชื่น
  • 38.ติดภาพทิวทัศน์ หรือภาพเขียนสวยงามที่ผนัง เพื่อให้พักผ่อนสายตา ทำให้รู้สึกร่าเริง สบายใจ
  • 39.มีสิ่งประดิษฐ์เล็กๆ สำหรับประดับตกแต่งบ้าน ทำให้ดูน่ารัก และน่าอยู่ขึ้น
  • 40.สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ช่วยคุณคลายร้อนได้



Download Click Here!!!




เครดิต มุมสบาย คลายร้อน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น